Promotion this Month :

Welcome to LYSOyoung - Where is the Truth of Beauty

เปลี่ยนภาษา :

Technology

Beauty Advisor

Royal Jelly

Ingredients Natural in BE-ENZ




Twitter icon

LYSOyoung Twit

Loading..


Lysoyoung LookYounger

Create Your Badge
Treatment
DO YOU KNOW? SECRET for your beauty


คุณรู้จักโครงสร้างผิว หรือยัง ?


ผิว เป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยโครงสร้างหลักถึง 6 ประเภท ซึ่งล้วนเประบางและเสื่อมสลายตามสภาพแวดล้อม และ อาหาร และ วัย โดยเฉพาะ จากปัจจัยภายนอกที่คุกคามต่อผิว เช่น มลภาวะ แสงแดด อ่านต่อ

 

 

 

Peptide  ทำหน้าที่อย่างไรกับผิวเรา ?


 

ไลโซไซม์ (LYSOZYME) คือ เอนไซม์ชนิดหนึ่ง สกัดจากโปรตีน อาทิ ไข่ขาว เป็นต้น มีคุณสมบัติ ตัดย่อยโปรตีน และมีฤทธิ์เจาะผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์เริ่มมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ซึ่งจะพบเห็นได้ทั่วๆไปโดยเฉพาะในเครื่องสำอางค์ชั้นสูง ด้วยคุณสมบัติพิเศษการย่อยโปรตีนธรรมชาติ โดยไม่ทำลายเซลล์ผิวหนัง ดังนั้นนำมาใช้ผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย เพื่อให้ผิวหน้าแลอ่อนเยาว์

 

 

เรื่องสิว สิว สิวอักเสบ !


 

 

ผิว เป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยโครงสร้างหลักถึง 6 ประเภท ซึ่งล้วนเประบางและเสื่อมสลายตามสภาพแวดล้อม และ อาหาร และ วัย โดยเฉพาะ จากปัจจัยภายนอกที่คุกคามต่อผิว เช่น มลภาวะ แสงแดด

สิวอักเสบ( Inflammatory acne) แบ่งได้เป็น 5 ประเภท คือ สิวนูนแดง (papule) สิวหัวหนอง (pustule) สิวซีสต์ (acne cyst) สิวตุ่มนูนหนอง ( papulopustular acne) โดยทั่วไปยาหรือผลิตภัณฑ์กำจักสิว ในปัจจุบัน จะเป็น พวกเคมีสังเคระห์ เช่น BP Gel, สารสกัด พวก TEA TREE OIL , SALICYLIC ACID , TRICOSAN ซึ่งก็จัดการสิวได้ระดับหนึ่ง หรือยาฉีดสิว ซึ่งส่วนมากมักผสมสารสเตียรอยด์ มีผลหยุดการอักเสบแบบเฉียบพลัน แต่หลังจากสิวยุบอาจมีผลข้างเคียง เช่น เกิดสิวเรื้อรัง เกิดการสะสมของสารสเตียรอยด์ ทำให้ผิวหน้าบาง และทำให้ง่ายต่อการเป็นแผลเป็นด้วย

อ่านต่อ

 

สิวอักเสบ ตัวการทำลายความสวย ทำอย่างไรจึงเอาอยู่ ?

ปัจจุบันได้มี นวัตกรรมที่นำเทคโนโลยี Bio Peptide Technology ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพดีเยี่ยมในการกำจัดสิวแบบ twin action คือ กำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว และ เข้าฟื้นฟูเซลล์ผิว   ผลลัพท์คือ สิวอักเสบยุบอย่างรวดเร็ว และทำให้เซลล์ผิวที่อักเสบฟื้นสภาพไร้ริ้วรอยแผลเป็น

 

ข้อมูลที่ควรทราบ :

LYSOyoung มีเจลแต้มสิวอักเสบ Q-acne ที่มี BIO-Peptide technology

 

 

สิ่งที่ควรทราบ! สารเคมีในเครื่องสำอางค์ตามท้องตลาดทั่วไป


 

AHA และ BHA หน้าขาวใส จริงหรือ ?

กรด AHA และ BHA ในปัจจุบันมักใช้อยู่ในเครื่องสำอางส่วนมาก กรดทั้ง ๒ ชนิดนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และมีข้อดี ข้อเสีย หรือสรรพคุณตามที่ผู้ผลิตสินค้าโฆษณาเอาไว้จริงหรือไม่ ผู้ที่ใช้เครื่องสำอางทุกคนควรจะทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

 

AHA คืออะไร ?

AHA (เอเอชเอ) ย่อมาจากคำว่า alpha hydroxy acid หมายถึงสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็น กรด เป็นสารที่สกัดจากผลไม้ธรรมชาติ เช่น กรด ซิตริกจากมะนาว ส้ม และส้มโอ กรดมัลลิกจาก แอปเปิ้ล กรดไกลโคลิกจากอ้อย กรดแล็กติกจาก นมเปรี้ยว กรดทาร์ทาลิกจากมะขาม และไวน์

 

เอเอชเอในเครื่องสำอางช่วยชะลอความชราได้จริงหรือ ?

กรด ผลไม้จะช่วยให้เซลล์เก่าๆบนผิวหน้าของเราหลุดออกไปเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้เซลล์ใหม่ๆ(บริเวณหนังกำพร้า)เจริญขึ้นมาแทนที่ พร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ (คอลลาเจน) ในชั้น หนังแท้ด้วย (ถ้าใช้มาเป็นระยะเวลานานพอสมควร) เป็นผลให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน และขาวสดใสกว่าเดิม (เล็กน้อย)

สำหรับ ความเข้มข้นของกรดผล ไม้ที่จะให้ผลตามที่กล่าวมาข้างต้น จะต้องมีความเป็นกรดและต้องมีความเข้มข้นมากกว่า10%ขึ้นไป (20-70%) ถ้ามีความเข้มข้น มากก็ย่อมได้ผลมากขึ้น แต่ความระคายเคืองของผิวหนังก็จะตามมาด้วย ซึ่งควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่มีความรู้

มี งานวิจัยหลายๆงานวิจัยที่น่าสนใจที่พบว่า ผู้ที่ใช้เครื่องสำอางผสม AHA และ BHA เป็นประจำเป็นเวลานาน เพื่อหวังผลไม่ให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น หรือหน้าขาวหรือหน้าใส อาจจะส่งผลในทางตรงกันข้าม เพราะธรรมชาติของผิวหนังที่ได้รับการกระตุ้นบ่อยเกินไปเป็นประจำ จะทำให้เซลผิวชะงักและชะลอการสร้างเซลใหม่ นอกจากนั้นยังมีบางวิจัยพบว่าสารทั้งสองกลุ่มไม่เหมาะสำหรับใช้กับผิวหนังคน เอเชียและคนผิวคล้ำดำ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดรอยด่างดำ ความไม่สม่ำเสมอของสีผิวหน้าได้

* Hyperpigmentation ส่วนที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอางที่ โฆษณาว่าช่วยชะลอ ความชราหรือลดริ้วรอยต่างๆนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ผล เพราะความเข้มข้นต่ำกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ (แต่ปลอดภัยในแง่ที่ว่าไม่ระคายเคืองต่อผิวและไม่ไวต่อแสงแดด)

 

ผลข้างเคียงของกรดเอเอชเอ ?

กรด เอเอชเอในปริมาณความเข้มข้นสูง แม้จะมีคุณสมบัติที่ดีในการขจัดเซลล์ผิวแก่ๆ ให้หลุดลอกเร็วขึ้น ทำให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ เป็นผลให้ผิวหนังดูเรียบเนียน สดใสขึ้น แต่ขณะเดียวกัน กรดเอเอชเอในปริมาณความเข้มข้นสูงทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง เกิดผื่นคัน และไวต่อแสงแดด(แพ้แสงแดด)ได้มากเช่นกัน บางครั้งจะทำให้เกิดรอยดำ โดยเฉพาะในผิวคนไทย ซึ่งทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังมากขึ้นด้วย

การที่ ไปทำลายเซลล์ผิวชั้นนอกสุด ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องเซลล์ผิวชั้นล่างๆ รักษาความชุ่มชื้น ป้องกันการติดเชื้อ ต่อต้านมลภาวะ โดยเฉพาะแสงยูวี อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งและริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ทำให้มีข้อสงสัยว่า การใช้เป็นระยะเวลานานจะมีผลต่อผิวหนังอย่างไร และการใช้เป็นระยะเวลานานก็ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันแน่นอนว่าจะไม่เป็น อันตรายอะไรเลย แม้แต่การใช้โดยแพทย์เองก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดอาการแพ้ 

AHA จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เครื่องสำอางค์ทั่วไป แต่อยู่ในหมวดของเวชสำอางค์ (Cosmeceutical) ตามองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ซึ่งให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก AHA ไม่เหมือนเครื่องสำอางทั่วไป แต่มันซึมผ่านเข้าไปในชั้นผิวหนังได้ และหากเข้มข้นพอก็จะลอกผิว ซึ่งเกิดผลในทางลบคือทำให้เซลล์ผิวเสื่อมเร็วขึ้น และยังทำให้ผิวหนังชั้นนอกบางลงด้วย ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ AHA จำนวนหนึ่ง ใช้แล้วพบว่าผิวของตนไวต่อแสงอาทิตย์มากขึ้น หรือแพ้แดดนั่นเอง

 

BHA คืออะไร ?

BHA (บีเอชเอ) ย่อมาจากคำว่า beta hydroxy acid เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมา มีคุณสมบัติทนต่อ ความร้อน ไม่เสื่อมง่ายเหมือนเอเอชเอ ที่สกัดมาจากธรรมชาติ สารในตระกูลบีเอชเอตัวหนึ่งที่เรารู้จัก กันดี ก็คือ กรดซาลิกไซลิก (salicylic acid) ซึ่งผสมในเครื่องสำอางได้ไม่เกิน 2%
ความ จริงบีเอชเอไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นสารที่ใช้ในวงการแพทย์ผิวหนังมานานกว่า ๔๐ ปีแล้ว โดยเป็นสารที่ใช้ผสมในยารักษาหูด ส้นเท้าแตก โรคผิวหนังชนิดอักเสบเรื้อรัง คนที่มีฝ่ามือฝ่าเท้าหนา มาก ซึ่งบีเอชเอจะมีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังชั้นขี้ไคลผลัดตัวเร็วขึ้นดีกว่าเอเอชเอ แต่ก็จะทำให้ผิวหน้าระคาย-เคือง ลอกเป็นขุย แดง แสบและคันได้ง่าย จึงต้องใช้ในความเข้มข้นที่ค่อนข้างต่ำ หากใช้ในความเข้มข้นที่มาก ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

ผลข้างเคียงของบีเอชเอ

บีเอชเอในปริมาณความเข้มข้นสูงๆก็มีผลเสียต่อผิวหนัง ไม่ต่างจากการใช้เอเอชเอ นั่นคือ การระคายเคือง ลอก แดง ทำให้ผิวบางลงและไวต่อ แสงแดด ซึ่งอาจทำให้ภูมิต้านทานโรคของเซลล์ผิวหนังต่ำลงด้วย อาจจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

จะเห็นว่าเอเอชเอและบีเอชเอต่างก็มีข้อดี และข้อเสียอยู่ในตัวของมันเอง ซึ่งหากใช้อย่างระมัดระวัง และถูกต้อง ก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้างในแง่ของความสวยงาม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เครื่องสำอางใน บ้านเรามักไม่ค่อยบอกว่า มีส่วนผสมอะไร ในปริมาณเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น ผู้บริโภคก็จะมีความเสี่ยง ถ้าหากว่าเครื่องสำอางที่ใช้มี เอเอชเอและบีเอชเอในปริมาณสูงเกินไป

 

หากมีความเข้มข้นสูงเกินไป จะทำให้แพ้ ผิวไหม้ อักเสบ แสบ คัน
ระวัง!! ผิวหนังที่ได้รับการกระตุ้นบ่อยเกิน ทำให้เซลผิวชะงักและชะลอการสร้างเซลใหม่

CHA (combined hydroxy acid) เป็นการผสมผสานของกรดผลไม้หลายชนิด แต่ไม่นิยมเพราะเตรียมยาก
PHA (Poly-hydroxy acid) จะเป็นกรดผลไม้ตัวล่าสุด ที่ออกสู่ท้องตลาด โดยคาดกันว่า PHA ผลิตขึ้นเพื่อจะมาแทนที่ AHA

 

ข้อมูลที่ควรทราบ :

LYSOyoung ไม่มี AHA ,BHA,CHA, PHA แต่ ใช้เทคโนโลยี ไบโอ เปปไทด์ ( Bio Peptide Technology)ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สูงอีกระดับ โดยเฉพาะ ในเรื่องความปลอดภัย